กินเจ “ความเชื่อ ความศรัทธา”

เทศกาลกินเจในที่สุดก็ดำเนินมาจนถึงวันสุดท้ายแล้วนะครับ หลาน ๆ คนไหนทานครบได้ทั้ง 9 วันบ้างครับ ผมขอยกนิ้วโป้งให้สองนิ้วเลย เก่งมาก ๆ ครับ แต่หลาน ๆ คนไหนที่ทานไม่ครบก็ไม่เป็นไรนะครับ ถือว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้แล้ว หลาน ๆ เคยสงสัยไหมครับว่าการกินเจนั้นแก่นแท้ที่จริงเป็นอย่างไร ทำไมเทศกาลนี้ถึงมีคนศรัทธาจนกลายเป็นประเพณีที่ยืนยาวได้ถึงขนาดนี้ ก่อนจะจากลาเทศกาลที่ยิ่งใหญ่นี้กันไปเรามาค้นหาความหมายพร้อม ๆ กันเถอะครับ

ก่อนอื่นต้องกล่าวถึงกุศโลบายของการกินเจกันก่อนครับ ตลอดทั้ง  9 วัน 9 คืน นอกจากที่ทราบกันดีแล้วว่าเป็นการทานอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์หรืออาหารที่ได้ผลผลิตมาจากสัตว์ทุกชนิดเพื่อเป็นการละเว้นการฆ่าชีวิตอื่น แต่ยังรวมไปถึงการรักษาศีลทั้ง 8 ข้อ ไม่ว่าจะเป็นการงดดื่มของมึนเมา ไม่พูดจาว่าร้ายหรือหยาบคาย ประพฤติตัวอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากครับเพราะเป็นการได้ทำความดีถึงจะเป็นเพียงเวลาสั้นๆเพียง9วัน แต่อาจจะทำให้ใครหลาย ๆ คนเห็นมุมมองในการใช้ชีวิตมากขึ้น หันมาสนใจในการปฏิบัติธรรม หันมาทานผักรักษาสุขภาพทั้งกายและใจ

ต่อมาคือ การรับรู้ถึงคุณค่าของอาหารที่ได้ทานในแต่ละมื้อครับ เพราะอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์นั้นต้องผ่านการฆ่าสัตว์เหล่านั้นมาทำอาหารซึ่งไม่ผิดครับเพราะเรานำเขาเหล่านั้นมาประกอบอาหารในการต่อยอดในการให้พลังชีวิต แต่เราควรทานให้พอดีครับไม่กินเหลือทิ้งเพราะอย่างที่กล่าวไปว่าทุกชีวิตมีคุณค่าเมื่อนำสัตว์มาประกอบอาหารแล้วก็ควรทานให้รู้ถึงความเสียสละของแต่ละชีวิต การทานเจจึงเหมือนการได้กลับไปทบทวนตัวเองอีกครั้งในการรับประทานอาหาร

ความเชื่อ ความศรัทธาในการกินเจต้องบอกว่าถึงผ่านมาหลายร้อยปีก็ยังคงสืบทอดดำเนินต่อไปนะครับ ถึงแม้ว่าจะผ่านมานานหลายร้อยปีก็ตาม เราจะยังคงเห็นธงสีเหลืองตราสัญลักษณ์ของเทศกาลกินเจอยู่ในทุก ๆ ปีและมีผู้คนแต่งชุดนุ่งขาวห่มขาวเดินเข้าวัดทำบุญ ไหว้เจ้า ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคลของแต่ละคนแต่สิ่งที่แน่ชัดคือเป็นเทศกาลที่มีหัวใจสำคัญคือ “การทำความดี”  สิ่งนี้เองครับที่ทำให้เทศกาลนี้ยังคงมีการสืบทอดเจตนารมณ์กันอย่างไม่ห่างหายและเป็นการฝึกตนเองด้วยในการตั้งเป้าที่จะทานเจให้ครบถ้วนทั้ง 9 วัน

หากหลานๆคนไหนมีแง่มุมดีๆจากการทานเจแล้วอย่าลืมนำมาบอกต่อกันนะครับ นำเรื่องราวดี ๆ มาแชร์บอกต่อกัน ผมและอาม่าจะรอเข้ามาอ่านนะครับ แต่สำหรับตอนนี้เราคงต้องโบกมือลาเทศกาลกินเจไปก่อน แล้วไว้พบกันใหม่กับบทความดี ๆ จากร้านข้าวกล่องอาม่าในเรื่องต่อไปนะครับ บ๊ายบาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *